สิ่งที่คนเสมือนไร้ความสามารถทำ ต้องได้รับความยินยอมจากผู้พิทักษ์ก่อน
          คนเสมือนไร้ความสามารถ เป็นผู้ที่ถูกจำกัดความสามารถบางอย่างเอาไว้ คือเป็นผู้ที่ไม่สามารถทำนิติกรรมสัญญาบางอย่าง ตามที่กฎหมายได้กำหนดเอาไว้ได้เองตามลำพัง จะต้องได้รับความยินยอมจากผู้พิทักษ์ก่อน ผู้เสมือนไร้ความสามารถจึงจะทำได้ นิติกรรมสัญญาที่กฎหมายกำหนดเอาไว้ คือ
              (1) นำทรัพย์สินไปลงทุน
              (2) รับคืนทรัพย์สินที่ไปลงทุน ต้นเงินหรือทุนอย่างอื่น
              (3) กู้ยืมหรือให้กู้ยืมเงิน ยืมหรือให้ยืมสังหาริมทรัพย์อันมีค่า
              (4) รับประกันโดยประการใด ๆ อันมีผลให้ตนต้องถูกบังคับชำระหนี้
              (5) เช่าหรือให้เช่าสังหาริมทรัพย์มีกำหนดระยะเวลาเกินกว่าหกเดือน หรืออสังหาริมทรัพย์มีกำหนดระยะเวลาเกินกว่าสามปี
              (6) ให้โดยเสน่หา เว้นแต่การให้ที่พอควรแก่ฐานานุรูป เพื่อการกุศล การสังคม หรือตามหน้าที่ธรรมจรรยา
              (7) รับการให้โดยเสน่หาที่มีเงื่อนไขหรือค่าภาระติดพัน หรือไม่รับการให้โดยเสน่หา
              (8) ทำการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อจะได้มาหรือปล่อยไปซึ่งสิทธิในอสังหาริมทรัพย์หรือในสังหาริมทรัพย์อันมีค่า
              (9) ก่อสร้างหรือดัดแปลงโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น หรือซ่อมแซมอย่างใหญ่
              (10) เสนอคดีต่อศาลหรือดำเนินกระบวนพิจารณาใด ๆ เว้นแต่การร้องขอตามมาตรา ๓๕ หรือการร้องขอถอนผู้พิทักษ์
              (11) ประนีประนอมยอมความหรือมอบข้อพิพาทให้อนุญาโตตุลาการวินิจฉัย

          ตามปกติ นอกจากเรื่องที่กฎหมายกำหนดเอาไว้นี้ คนเสมือนไร้ความสามารถมีสิทธิที่จะทำได้เองตามลำพัง โดยไม่ต้องขอความยินยอมจากผู้พิทักษ์ก่อน แต่หากผู้พิทักษ์เห็นว่าเรื่องใดที่คนเสมือนไร้ความสามารถทำได้เองนั้น เมื่อทำแล้วน่าจะทำไปในทางที่เสื่อมเสียต่อทรัพย์สินของตัวเอง หรือของครอบครัว ผู้พิทักษ์สามารถไปร้องขอให้ศาลสั่งให้ผู้เสมือนไร้ความสามารถ ต้องได้รับความยินยอมจากผู้พิทักษ์ก่อนได้
กลับหน้าแรก
กลับหน้าหลัก บทความ