การเลิกสัญญาหมั้น เพราะอีกฝ่ายทำชั่วอย่างร้ายแรง

          มนุษย์เราเกิดมาจากร้อยพ่อพันแม่ ดังนั้นจึงไม่แปลกที่นิสัยของคนเราแต่ละคนไม่เหมือนกัน และยิ่งไปกว่านั้นนิสัยเป็นเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกับจิตใจ ดังนั้นการที่เราจะมาคาดคะเนเอาว่า แต่ละคนมีนิสัยอย่างไรมันจึงเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก โดยเฉพาะคนที่แสดงออกต่อหน้าคนอื่นที่แสดงออกด้วยกิริยาท่าทางที่สุภาพ พูดจาไพเพาะมีมารยาท แต่พอเวลาหนึ่งคล้อยลับหลังคนอื่นไปแล้ว อาจจะมีนิสัยต่างจากที่เคยเห็นเลยก็ได้ ใครจะรู้ละครับ

          มาในเรื่องของการหมั้น คู่หมั้นบางคนอาจจะคบหาดูใจกันไม่นานเท่าไหร่ ก็รีบทำการหมั้นเสียก่อน โดยที่แต่ละฝ่ายยังไม่ได้ศึกษาหรือทราบนิสัยใจคอที่แท้จริงของอีกฝ่ายหนึ่งเลย คล้อยหลังงานหมั้นมาไม่นานก็เพิ่งจะมาถึงบางอ้อ เมื่อมารู้นิสัยที่แท้จริงว่า ออ..คนๆ นี้มีนิสัยมันเป็นอย่างนี้นี่เอง    

          หากอีกฝ่ายมีนิสัยที่แสดงออกมาไม่เลวร้ายเท่าไหร่ ยังพอถูไถปรับตัวแก้ไขกันได้อยู่ก็ไม่น่าจะมีปัญหาซักเท่าไหร่ แต่หากถึงขนาดที่เรียกว่า “ชอบทำชั่วอย่างร้ายแรง” กรณีอย่างนี้อีกฝ่ายจะมีมาตรการหรือวิธีแก้ไขอย่างไรดีเรามาดูกัน

          การทำชั่วอย่างร้ายแรง เป็นของการการกระทำที่ไม่ถูกต้อง ตัวอย่างเช่น ไปฆ่าคนอื่นตาย, ไปปล้นเอาทรัพย์สินของคนอื่น, ติดยาเสพติด, ชอบเล่นการพนัน, เจ้าชู้สำส่อน เป็นต้น ดังนั้นหากคู่หมั้นฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีพฤติการณ์ดังกล่าว คู่หมั้นอีกฝ่ายหนึ่งก็ย่อมจะมีสิทธิที่จะขอยกเลิกสัญญาหมั้นที่เคยได้ทำกันไว้ได้ และนอกจากจะมีสิทธิขอยกเลิกสัญญาหมั้นได้แล้ว ก็ยังจะมีสิทธิที่จะเรียกร้องเอาค่าเสียหาย หรือค่าทดแทนต่างๆ ที่ได้เสียไปจากการทำสัญญาหมั้น เอาจากคู่หมั้นฝ่ายที่ได้ทำความผิดนั้นด้วย

          การที่คู่หมั้นฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แอบไปมีความสัมพันธ์ชู้สาวกับชายหรือผู้หญิงคนอื่น โดยที่ผู้ชายหรือผู้หญิงที่ไปมีความสัมพันธ์ด้วยนั้น ก็รู้อยู่เต็มอกว่า คนที่ตัวเองมีอะไรด้วยนั้น มีคู่หมั้นเป็นตัวเป็นตนอยู่ก่อนแล้ว กรณีอย่างนี้เราก็ถือว่า คู่หมั้นคนที่แอบไปมีอะไรกับคนอื่นนั้น ทำชั่วอย่างร้ายแรง คู่หมั้นอีกฝ่ายก็ย่อมที่จะมีสิทธิบอกเลิกสัญญา พร้อมทั้งเรียกค่าทดแทนความเสียหายต่างๆ จากคู่หมั้นที่ทำผิดนั้นได้  อีกทั้งยังสามารถที่จะเรียกร้องเอาค่าทดแทนความเสียหาย จากผู้หญิงหรือชายที่ได้มีความสัมพันธ์กับคู่หมั้นของตัวเองได้อีกด้วย