กฎหมายเกี่ยวกับการปิดอากรแสตมป์

ลักษณะแห่งตราสาร ค่าอากรแสตมป์ ผู้ที่ต้องเสียอากร ผู้ที่ต้องขีดฆ่าแสตมป์
1. เช่าที่ดิน โรงเรือน สิ่งปลูกสร้างอย่างอื่นหรือแพ
ทุกจำนวนเงิน 1,000 บาท หรือเศษของ 1,000 บาท แห่งค่าเช่าหรือเงินกินเปล่า หรือทั้งสองอย่างรวมกันตลอดอายุการเช่า

หมายเหตุ
   1.ถ้าสัญญาเช่ามิได้กำหนดอายุการเช่า ให้ถือว่ามีกำหนด 3 ปี
   2.ถ้าสัญญาเช่าฉบับใดครบกำหนดอายุการเช่า หรือครบกำหนด 3 ปี ตาม (1) แล้ว ผู้เช่ายังคงครองทรัพย์สินอยู่ และผู้เช่ารู้ความนั้นแล้วไม่ทักท้วง ทั้งมิได้ทำสัญญาใหม่ ให้ถือว่าสัญญาเช่าเดิมนั้นได้เริ่มทำกันใหม่โดยไม่กำหนดอายุการเช่า และต้องเสียอากรภายใน 30 วันนับแต่วันที่ถือว่าเริ่มทำสัญญาใหม่นั้น
ยกเว้นไม่ต้องเสียภาษี
เช่าทรัพย์สินใช้ในการทำนา ทำไร่ ทำสวน
   

        
1 บาท


ผู้ให้เช่า


ผู้เช่า
2. โอนใบหุ้น ใบหุ้นกู้ พันธบัตรและใบรับรองหนี้ ซึ่งบริษัท สมาคม คณะบุคคลหรือองค์การใดๆ เป็นผู้ออก
    
คิดตามราคาหุ้นที่ชำระแล้ว หรือตามราคาในตราสาร แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่าทุกจำนวนเงิน 1,000 บาท หรือเศษของ 1,000 บาท

    

ยกเว้นไม่ต้องเสียอากร
  ก.โอนพันธบัตรของรัฐบาลไทย
   ข.โอนใบหุ้น ใบหุ้นกู้ และใบรับรองหนี้ซึ่งสหกรณ์หรือธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร เป็นผู้ออก


1 บาท


ผู้โอน


ผู้รับโอน
3. เช่าซื้อทรัพย์สิน


ทุกจำนวนเงิน 1,000 บาท หรือเศษของ 1,000 บาทแห่งราคาทั้งหมด

     

ยกเว้นไม่ต้องเสียอากร


เช่าซื้อทรัพย์สินใช้ในการทำนา ทำไร่ ทำสวน



1 บาท

ผู้ให้เช่า

ผู้เช่า
4. จ้างทำของ
ทุกจำนวนเงิน 1,000 บาท หรือเศษของ 1,000 บาท แห่งสินจ้างที่กำหนดไว้

หมายเหตุ
   1.ถ้าในเวลาทำสัญญาจ้างทำของไม่ทราบจำนวนสินจ้างว่าเป็นราคาเท่าใด ให้ประมาณจำนวนสินจ้างตามสมควร แล้วเสียอากรตามจำนวนสินจ้างที่ประมาณนั้น
   2.ถ้ามีการรับเงินสินจ้างเป็นคราวๆ และอากรที่เสียไว้เดิมยังไม่ครบ ให้เสียอากรเพิ่มเติมให้ครบตามจำนวนที่ต้องเสียทุกครั้งในทันทีที่มีการรับเงิน
   3.เมื่อการรับจ้างทำของได้สิ้นสุดลงแล้ว และปรากฏว่าได้เสียอากรเกินไป ให้ขอคืนตามมาตรา 122 ได้

ยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีอากร
สัญญาที่ทำขึ้นนอกประเทศไทย และการปฏิบัติตามข้อสัญญานั้นมิได้ทำในประเทศไทย

1 บาท

ผู้รับจ้าง

ผู้รับจ้าง
5. กู้ยืมเงิน หรือการตกลงให้เบิกเงินเกินบัญชีจากธนาคาร
ทุกจำนวนเงิน 2,000 บาท หรือเศษของ 2,000 บาท ของยอดเงินให้กู้ยืม หรือตกลงให้เบิกเงินเกินบัญชี ค่าอากรตามลักษณะนี้แห่งตราสารนี้เมื่อคำนวณแล้วถ้าเกิน 10,000 บาท ให้เสีย 10,000 บาท

ยกเว้นไม่ต้องเสียอากร
   การกู้ยืมเงินซึ่งสมาชิกกู้ยืมจากสหกรณ์ หรือสหกรณ์กู้ยืมจากสหกรณ์ หรือจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร


1 บาท


ผู้ให้กู้


ผู้กู้
6. กรมธรรม์ประกันภัย
   (ก) กรมธรรม์ประกันวินาศภัย
        ทุก 250 บาท หรือเศษของ 250 บาท แห่งเบี้ยประกันภัย
   (ข) กรมธรรม์ประกันชีวิต
        ทุก 2,000 บาท หรือเศษของ 2,000 บาท แห่งจำนวนเงินที่เอาประกันภัย
   (ค) กรมธรรม์ประกันภัยอื่นๆ
       ทุก 2,000 บาท หรือเศษของ 2,000 บาท แห่งจำนวนเงินที่เอาประกันภัย
   (ง) กรมธรรม์เงินปี
       ทุก 2,000 บาท หรือเศษของ 2,000 บาท แห่งต้นทุนเงินปีนั้น หรือถ้าไม่ปรากฏต้นทุน ให้คิดทุก 2,000 บาทหรือเศษของ 2,000 บาท แห่ง 33 1/3 เท่าของรายได้ประจำปี
   (จ) กรมธรรม์ประกันภัยซึ่งผู้รับประกันภัยนำไปให้ผู้อื่นประกันภัยอีกต่อหนึ่ง
   (ฉ) บันทึกการต่ออายุกรมธรรม์ประกันภัยเดิม


ยกเว้นไม่ต้องเสียอากร
   (ก)  การประกันภัยสัตว์พาหนะซึ่งใช้ในการเกษตรกรรม
   (ข) บันทึกประกันภัยหรือกรมธรรม์ประกันภัยชั่วคราว ซึ่งรับรองจะออกกรมธรรม์ประกันภัยตัวจริง แต่ถ้าผู้ทรงจะเรียกร้องเอาสิทธิอย่างอื่นนอกจากให้ส่งมอบกรมธรรม์ประกันภัยตัวจริงแล้ว ต้องปิดแสตมป์เสียก่อน เช่นเดียวกับที่จะต้องปิดสำหรับประกันภัยตัวจริง


1 บาท

1 บาท


1 บาท


1 บาท


1 บาท
กึ่งอัตราซึ่งเรียก
เก็บสำหรับกรมธรรม์เดิม


ผู้รับประกันภัย

ผู้รับประกันภัย


ผู้รับประกันภัย


ผู้รับประกันภัย


ผู้รับประกันภัย

ผู้รับประกันภัย



ผู้รับประกันภัย

ผู้รับประกันภัย


ผู้รับประกันภัย


ผู้รับประกันภัย


ผู้รับประกันภัย

ผู้รับประกันภัย
7. ใบมอบอำนาจ
คือ ใบตั้งตัวแทน ซึ่งมิได้กระทำในรูปลักษณะตราสารสัญญา รวมทั้งใบตั้งอนุญาโตตุลาการ
   (ก) มอบอำนาจให้บุคคลคนเดียว  หรือหลายคนกระทำการครั้งเดียว   
   (ข) มอบอำนาจให้บุคคลคนเดียว หรือหลายคนร่วมกระทำการมากกว่าครั้งเดียว
   (ค) มอบอำนาจให้กระทำการมากกว่าครั้งเดียว โดยให้บุคคลหลายคนต่างคนต่างกระทำกิจการแยกกันได้ คิดตามรายตัวบุคคลที่รับมอบคนละ

หมายเหตุ
   ถ้าผู้มอบอำนาจมีหลายคน แต่มิได้เป็นผู้มีอำนาจร่วมกันแล้วมอบอำนาจใจตราสารฉบับเดียวกัน ต้องคิดตามรายตัวบุคคลผู้มอบคนหนึ่งเป็นเรื่องหนึ่ง ตามมาตรา 108

ยกเว้นไม่ต้องเสียอากร
   (1) ใบแต่งทนายและใบมอบอำนาจซึ่งทนายความให้แก่เสมียนของตน เพื่อเป็นตัวแทนดำเนินคดีในศาล
   (2) ใบมอบอำนาจให้โอน หรือให้กระทำการใดๆ เกี่ยวด้วยสัตว์พาหนะ ตามกฎหมายว่าด้วยสัตว์พาหนะ
   (3) ใบมอบอำนาจให้รับเงินหรือสิ่งของแทน
   (4) ใบมอบอำนาจซึ่งสหกรณ์เป็นผู้มอบ และใบมอบอำนาจตั้งสหกรณ์เป็นตัวแทนจัดการให้สหกรณ์ได้รับสิทธิในอสังหาริมทรัพย์



10 บาท
30 บาท

30 บาท



ผู้มอบอำนาจ
ผู้มอบอำนาจ

ผู้มอบอำนาจ



ผู้รับมอบอำนาจ
ผู้รับมอบอำนาจ

ผู้รับมอบอำนาจ
8. ใบมอบฉันทะสำหรับให้ลงมติในที่ประชุมของบริษัท
   (ก) มอบฉันทะสำหรับการประชุมครั้งเดียว
   (ข) มอบฉันทะสำหรับการประชุมกว่าครั้งเดียว 

20 บาท
100 บาท

ผู้มอบฉันทะ
ผู้มอบฉันทะ

ผู้มอบฉันทะ
ผู้มอบฉันทะ
9. (1) ตั๋วแลกเงินหรือตราสารทำนองเดียวกับที่ใช้อย่างตั๋วแลกเงิน ฉบับละ
    (2) ตั๋วสัญญาใช้เงินหรือตราสารทำนองเดียวกับที่ใช้อย่างตั๋วสัญญาใช้เงิน ฉบับละ

ยกเว้นไม่ต้องเสียอากร
ถ้าตั๋วออกเป็นสำรับ และฉบับแรกในสำรับนั้นปิดแสตมป์บริบูรณ์แล้ว ฉบับอื่นๆ ไม่ต้องปิดอีก แต่ต้องสลักหลังฉบับนั้นๆ ไว้ว่า ได้เสียอากรแล้ว

3 บาท

3 บาท

ผู้สั่งจ่าย

ผู้ออกตั๋ว

ผู้สั่งจ่าย

ผู้ออกตั๋ว
10.บิลออฟเลดิง 

หมายเหตุ
ถ้าออกเป็นสำรับให้ปิดแสตมป์ตามอัตราทุกฉบับ
2 บาท ผู้กระทำตราสาร ผู้กระทำตราสาร
11. (1) ใบหุ้นหรือใบหุ้นกู้ หรือใบรับรองหนี้ของบริษัท สมาคม คณะบุคคล หรือองค์การใดๆ
      (2) พันธบัตรของรัฐบาลใดๆ ที่ขายในประเทศไทย
   ทุกจำนวนเงิน 100 บาท หรือเศษของ 100 บาท

ยกเว้นไม่ต้องเสียอากร
ใบหุ้น ใบหุ้นกู้ หรือใบรับรองหนี้ของสหกรณ์

5 บาท

1 บาท

ผู้ทรงตราสาร

ผู้ทรงตราสาร

ผู้ทรงตราสาร

ผู้ทรงตราสาร
12. เช็ค หรือหนังสือคำสั่งใดๆ ซึ่งใช้แทนเช็ค ฉบับละ
3 บาท ผู้สั่งจ่าย ผู้สั่งจ่าย
13. ใบรับฝากเงินประเภทประจำของธนาคาร โดยมีดอกเบี้ย ผู้รับฝาก

5 บาท

ผู้รับฝาก

ผู้รับฝาก
14. เลตเตอร์ออฟเครดิต
 
(ก) ออกในประเทศไทย
          เงินต่ำกว่า 10,000 บาท
          เงินตั้งแต่ 10,000 บาท ขึ้นไป
   (ข) ออกในต่างประเทศ และให้ชำระเงินในประเทศไทย คราวละ

หมายเหตุ
   ตราสารเลตเตอร์ออฟเครดิตที่ออกในประเทศไทย และให้ชำระเงินในต่างประเทศ ต้องทำสำเนาเก็บไว้ในประเทศไทย ส่วนการเสียอากรให้ปิดแสตมป์บริบูรณ์ เฉพาะในฉบับสำเนาดังกล่าวนั้น


20 บาท
30 บาท
20 บาท  


ผู้ออกตราสาร
ผู้ออกตราสาร
ผู้ทรงคนแรกในประเทศไทย


ผู้ออกตราสาร
ผู้ออกตราสาร
ผู้ทรงคนแรกในประเทศไทย
15. เช็คสำหรับผู้เดินทาง
   (ก) ออกในประเทศไทย ฉบับละ
   (ข) ออกในต่างประเทศ แต่ให้ชำระในประเทศไทย ฉบับละ

3 บาท
3 บาท

ผู้ออกเช็ค
ผู้ทรงคนแรกในประเทศไทย

ผู้ออกเช็ค
ผู้ทรงคนแรกในประเทศไทย
16. ใบรับของ
ซึ่งออกให้เนื่องจากกิจการรับขนส่งสินค้า โดยทางน้ำ ทางบก และทางอากาศ คือ ตราสารที่ลงลายมือชื่อพนักงาน หรือนายสินค้าของยานพาหนะรับขนส่ง ซึ่งออกรับของดังระบุไว้ในใบรับนั้น เมื่อไม่ได้ออกบิลออฟเลดิง ฉบับละ
หมายเหตุ
ถ้าออกเป็นสำรับให้ปิดแสตมป์ตามอัตราทุกฉบับ



1 บาท



ผู้ออกใบรับ



ผู้ออกใบรับ
17. ค้ำประกัน
   (ก) สำหรับกรณีที่มิได้จำกัดจำนวนเงินไว้
   (ข) สำหรับจำนวนเงินไม่เกิน 1,000 บาท
   (ค) สำหรับจำนวนเงินเกิน 1,000 บาท แต่ไม่เกิน 10,000 บาท
   (ง) สำหรับจำนวนเกิน 10,000 บาท ขึ้นไป

ยกเว้นไม่ต้องเสียอากร
  
(ก) ค้ำประกันหนี้เนื่องแต่การที่รัฐบาลให้ราษฎรกู้ยืม หรือยืมเพื่อการบริโภค หรือการเกษตรกรรม
   (ข) ค้ำประกันหนี้เนื่อง แต่การที่สหกรณ์ให้สมาชิกกู้ยืมหรือยืม

10 บาท
1 บาท
5 บาท
10 บาท

ผู้ค้ำประกัน
ผู้ค้ำประกัน
ผู้ค้ำประกัน
ผู้ค้ำประกัน

ผู้ค้ำประกัน
ผู้ค้ำประกัน
ผู้ค้ำประกัน
ผู้ค้ำประกัน
18. จำนำ
   จำนวนหนี้ทุก 2,000 บาท หรือเศษของ 2,000 บาท 
   ถ้าการจำนำมิได้จำกัดจำนวนหนี้ไว้

ยกเว้นไม่ต้องเสียอากร
   (ก) ตั๋วจำนำของโรงจำนำที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย
   (ข) จำนำเกี่ยวกับกู้ยืมซึ่งได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์แล้วตามข้อ 5

1 บาท
1 บาท

ผู้รับจำนำ
ผู้รับจำนำ

ผู้รับจำนำ
ผู้รับจำนำ
19. ใบรับของคลังสินค้า
1 บาท นายคลังสินค้า นายคลังสินค้า
20. คำสั่งให้ส่งมอบของ
คือ ตราสารซึ่งบุคคลผู้ปรากฏชื่อในตราสารนั้น หรือบุคคลผู้นั้นตราชื่อไว้ หรือผู้ทรงมีสิทธิที่จะรับมอบสินค้าอันอยู่ในอู่ หรือเมืองท่า หรือคลังสินค้า ซึ่งรับเก็บหรือรับฝาก โดยเรียกเก็บค่าเช่า หรือรับสินค้าอันอยู่ที่ท่าสินค้าโดยที่เจ้าของลงลายมือชื่อ หรือมีผู้อื่นลงลายมือชื่อแทนในเมื่อขายหรือโอนทรัพย์สินอันปรากฏในตราสารนั้น



1 บาท



ผู้ออกคำสั่ง



ผู้ออกคำสั่ง
21. ตัวแทน
   (ก) มอบอำนาจเฉพาะการ
   (ข) มอบอำนาจทั่วไป

ยกเว้นไม่ต้องเสียอากร
การตั้งตัวแทนในกรณีสหกรณ์เป็นตัวการ

10 บาท
30 บาท

ตัวการ
ตัวการ

ตัวการ
ตัวการ
22. การชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ
   (ก) ในกรณีซึ่งพิพาทกันด้วยจำนวนเงิน หรือราคาทุกจำนวนเงิน 1,000 บาท หรือเศษของ 1,000 บาท
   (ข) ในกรณีอื่นซึ่งไม่กล่าวถึงจำนวนเงิน หรือราคา

1 บาท

10 บาท

อนุญาโตตุลาการ

อนุญาโตตุลาการ

อนุญาโตตุลาการ

อนุญาโตตุลาการ
23. คู่ฉบับหรือคู่ฉีกแห่งตราสาร
คือ ตราสารซึ่งมีข้อความอย่างเดียวกันกับต้นฉบับหรือต้นสัญญา และผู้กระทำตราสารได้ลงลายมือชื่อไว้อย่างเดียวกับต้นฉบับ
   (ก) ถ้าต้นฉบับเสียอากรไม่เกิน 5 บาท
   (ข) ถ้าเกิน 5 บาท

ยกเว้นไม่ต้องเสียอากร
ถ้าฝ่ายที่ต้องเสียอากรเป็นสหกรณ์



1 บาท
5 บาท

(1) ถ้าไม่มีบุคคลอีกฝ่ายหนึ่งเป็นคู่สัญญา คนที่เสียอากรสำหรับต้นฉบับเป็นผู้เสีย
(2) ถ้ามีบุคคลอีกฝ่ายหนึ่งเป็นคู่สัญญา บุคคลอีกฝ่ายหนึ่งนั้นต้องเป็นผู้เสียอากร




คนเดียวกับผู้ขีดฆ่าต้นฉบับ
24. หนังสือบริคณห์สนธิของบริษัทจำกัด ที่ส่งต่อนายทะเบียน 200 บาท ผู้เริ่มก่อการ ผู้เริ่มก่อการ
25. ข้อบังคับของบริษัทจำกัด ที่ส่งต่อนายทะเบียน 200 บาท กรรมการ กรรมการ
26. ข้อบังคับใหม่ หรือสำเนาหนังสือบริคณห์สนธิ หรือข้อบังคับของบริษัทจำกัด ซึ่งเปลี่ยนแปลงใหม่ ที่ส่งต่อนายทะเบียน
50 บาท กรรมการ กรรมการ
27. หนังสือสัญญาห้างหุ้นส่วน
   (ก) หนังสือสัญญาจัดตั้งห้างหุ้นส่วน
   (ข) หนังสือสัญญาที่แก้ไขสัญญาจัดตั้งห้างหุ้นส่วน

100 บาท
50 บาท

ผู้เป็นหุ้นส่วน
ผู้เป็นหุ้นส่วน

ผู้เป็นหุ้นส่วน
ผู้เป็นหุ้นส่วน
28. ใบรับ
เฉพาะตามที่ระบุต่อไปนี้
   (ก) ใบรับรางวัลสลากกินแบ่งของรัฐบาล
   (ข) ใบรับสำหรับการโอน หรือก่อตั้งสิทธิใดๆ เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ ในเมื่อนิติกรรมที่เป็นเหตุให้ออกใบรับนั้นมีการจดทะเบียนตามกฎหมาย
   (ค) ใบรับสำหรับการขาย ขายฝาก ให้เช่าซื้อ หรือโอนกรรมสิทธิ์ยานพาหนะ ทั้งนี้ เฉพาะยานพาหนะซึ่งมีการจดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยยานพาหนะนั้นๆ
   ถ้าใบรับตาม (ก) (ข) หรือ (ค) มีจำนวนเงินตั้งแต่ 200 บาท ขึ้นไป ทุก 200 บาท หรือเศษของ 200 บาท

ยกเว้นไม่ต้องเสียอากร
ใบรับ สำหรับจำนวนเงินที่ผู้รับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือภาษีธุรกิจเฉพาะ








1 บาท








ผู้ออกใบรับ








ผู้ออกใบรับ

          อากรแสตมป์ เป็นเรื่องเกี่ยวกับการเสียภาษีให้แก่รัฐอย่างหนึ่ง โดยตามกฎหมายได้กำหนดวิธีการและประเภทที่จะต้องทำการเสียภาษีโดยวิธีการปิดอากรแสตมป์เอาไว้อย่างชัดเจนแล้ว ตาม "บัญชีอัตราอากรแสตมป์"  ซึ่งโดยหลักแล้ว อากรแสตมป์จะเกี่ยวข้องอยู่กับเรื่องของการทำสัญญาการออกตราสารต่างๆ  ดังนั้นหากใครประสงค์ที่จะทำสัญญา หรือออกตราสารต่างๆ ก็ลองสำรวจตรวจสอบดูก่อนว่า สัญญานั้นเข้าข่ายที่จะต้องปิดอากรแสตมป์ด้วยหรือไม่  ทั้งนี้ก็เพื่อความถูกต้องและความสมบูรณ์ของสัญญาที่จัดทำ ที่จะได้ผูกพันตามข้อบังคับของกฎหมายอย่างสมบูรณ์

          ผลของการไม่ปิดอากรแสตมป์ หรือปิดไม่ครบถ้วนตามกฎหมายนั้น จะมีผลทำให้อาจถูกเรียกเงินเพิ่มอากรจากพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ และประการท้ายสุดก็อาจจะทำให้สัญญาหรือตราสารที่ทำนั้น ไม่สามารถใช้อ้างเป็นพยานหลักฐานในชั้นศาลได้นะครับ

บัญชีอัตราอากรแสตมป์
กลับหน้าแรก
กลับหน้าหลักบทความ