ผู้จัดการมรดกคือใคร มีหน้าที่ทำอะไร

          เมื่อมีมรดก นั่นก็ย่อมแสดงว่า มีทรัพย์มรดกที่จะต้องแบ่งให้กับทายาทของเจ้ามรดก โดยเมื่อพูดถึงการแบ่งทรัพย์มรดก บางคนก็อาจจะคิดว่าเป็นเรื่องง่ายๆ ก็แค่แบ่งๆ กันไปตามสัดส่วนที่มีอยู่ หรือตามแต่จะตกลงกันเองในกลุ่มของทายาท ที่ว่ามานี้ก็ไม่ได้ผิดอะไร เพราะว่าโดยทั่วไปแล้ว ชาวบ้านธรรมดาอย่างเราๆ ก็มักจะทำอะไรอย่างนั้นอยู่แล้ว เช่น ในการแบ่งที่ดิน ทายาทผู้ที่มีความอาวุโสสูงสุด ก็จะรับหน้าที่เป็นผู้จัดสรรแบ่งที่ดินตามส่วนเรียงลำดับจากพี่ลงไปหาน้อง ผู้เป็นพี่ก็อาจจะได้รับจัดสรรค์ที่ดินในส่วนทิศเหนือ พี่ผู้รองก็อาจได้ส่วนกลาง ลดหลั้นลงมาเรื่อยๆ อันนี้เป็นการแบ่งที่ดิน ส่วนการแบ่งทรัพย์สินทั่วไป เช่น เงิน ทอง รถ บ้าน ฯลฯ ก็ยิ่งจะทำการแบ่งง่ายเข้าไปใหญ่ และไม่ค่อยจะมีปัญหาตามมา เพราะเมื่อแบ่งกันอย่างไรแล้ว ก็ถือว่าเป็นอันยุติตามนั้น ต่างคนต่างก็ทำมาหากินกันไป โดยเฉพาะมรดกที่มี ทายาทผู้มีสิทธิรับมรดกเพียงคนเดียว ก็ยิ่งง่ายเข้าไปใหญ่ เพราะไม่ต้องไปแบ่งกับใครให้มันยุ่งยาก

          แต่ว่าในเรื่องเดียวกันนี้ สำหรับคนอีกคนหนึ่ง อาจจะเป็นเรื่องที่ยุ่งยากซับซ้อนมาก ซึ่งสิ่งเหล่านี้ขึ้นอยู่ที่เหตุและปัจจัยต่างๆ ในขณะนั้นว่าเป็นอยู่อย่างไร ซึ่งบางคนอาจจะต้องขึ้นโรงขึ้นศาลใช้เวลานานเป็นสิบๆ ปี กว่าจะทำการแบ่งทรัพย์มรดกได้ลงตัว เหตุก็เพราะ มรดกเป็นเรื่องเกี่ยวกับทรัพย์สินซึ่งว่าด้วยผลประโยชน์ของแต่ละคน ดังนั้นหากใครมีความโลภ ก็มักจะพยายามแย่งยื้อเอาไว้กับตัวเองให้มากที่สุด เป็นต้น

          ที่นี้เราก็มาดูถึงวิธีการการแบ่งมรดกกันบ้าง ในการแบ่งมรดกที่เป็นทรัพย์สินโดยทั่วไปนั้น ส่วนมากมักจะไม่เป็นปัญหาสำหรับทายาทเท่าไหร่ เพราะมีอะไรก็ตกลงแบ่งๆ กันไป อย่างที่เกริ่นกันมาข้างต้นแล้ว ส่วนที่เป็นปัญหามากก็คือ ทรัพย์สินมรดกที่มีทะเบียน ซึ่งต้องมีการเปลี่ยนแปลงชื่อในทะเบียนนั้นๆ อย่างเช่น ที่ดิน อาวุธปืน และรวมไปถึงเงินฝากของเจ้ามรดกที่มีอยู่ในธนาคาร ทรัพย์สินมรดกเหล่านี้ ผู้ที่เป็นเจ้าของเท่านั้นถึงจะมีสิทธิจัดการได้ และเมื่อเจ้าของทรัพย์สินเสียชีวิตไป ก็เป็นเหตุให้ไม่มีใครสามารถเข้าจัดการเกี่ยวกับทรัพย์สินที่เป็นมรดกตรงนี้ได้  ดังนั้นในเรื่องนี้กฎหมายก็ได้เข้ามาเปิดช่องให้สามารถดำเนินการได้ โดยผ่านตัวแทนที่ได้รับการแต่งตั้งจากศาล และจากความยินยอมของทายาททุกๆ คน ซึ่งเราเรียกโดยทั่วไปว่า “ผู้จัดการมรดก”

          ผู้จัดการมรดก คือ “ผู้มีหน้าที่ในการจัดการแบ่งปันทรัพย์มรดก ให้กับทายาทของเจ้ามรดก ผู้มีสิทธิจะได้รับตามกฎหมาย” จากคำนิยามดังกล่าวจะเห็นได้ว่า ผู้จัดการมรดกก็คือบุคคลธรรมดาคนหนึ่งนี่เอง ที่ได้รับแต่งตั้งและ มอบหมายหน้าที่ให้จัดการตามความจำเป็น เพื่อที่จะทำการแบ่งปันทรัพย์มรดกให้แก่ทายาท  ฉะนั้นแล้ว ผู้จัดการมรดก จึงเป็นผู้มีหน้าที่ในการจัดการแบ่งปันทรัพย์มรดกให้แก่ทายาทเท่านั้น

          ซึ่งตามความเข้าใจของชาวบ้านโดยทั่วไปแล้ว มักจะเข้าใจไปว่า เมื่อได้เป็นผู้จัดการมรดกแล้ว  ก็หมายถึงการเป็นเจ้าของทรัพย์มรดกทั้งหมดนั้น จึงเป็นความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง

           การจะเป็นผู้จัดการมรดกได้ก็จะต้องได้รับการแต่งตั้งจากศาล และก่อนที่ศาลจะมีคำสั่งแต่งตั้งเป็นผู้จัดการมรดกนั้น ก็จะต้องมีการไต่สวนจากศาลเสียก่อน ว่าผู้ที่จะมาเป็นผู้จัดการมรดกนั้น มีความสามารถตามกฎหมายที่จะทำการแบ่งทรัพย์มรดกได้ และยังต้องเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในทรัพย์มรดกนั้นด้วย เช่น เกี่ยวข้องโดยการเป็นทายาท หรือเป็นเจ้าหนี้ของเจ้ามรดก เป็นต้น

          การจะเป็นผู้จัดการมรดกนั้น ไม่ใช่ว่าใครอยากเป็นก็จะมาเป็นได้ เพราะมีหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดเอาไว้ ว่าจะต้องเป็น
         

1. เป็นบุคคลที่ผู้ทำพินัยกรรม (เจ้ามรดก) ได้ระบุชื่อเอาไว้ในพินัยกรรม

ให้แต่งตั้งเป็นผู้จัดการมรดกของเจ้ามรดกเอง

              ในกรณีนี้ เป็นเรื่องที่ผู้ทำพินัยกรรมหรือเจ้ามรดก ได้แสดงเจตนาครั้งสุดท้ายเอาไว้ก่อนตาย โดยได้ระบุตัวบุคคลผู้ที่จะเข้ามาเป็นผู้จัดการมรดกของตัวเองเอาไว้แล้วก่อนตาย ซึ่งกรณีนี้อาจเป็นบุคคลภายนอกที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับตัวเองเลยก็ได้ เช่น ทนายความ เพื่อนของเจ้ามรดก หรือจะเป็นญาติพี่น้อง หรือตัวทายาทคนใดคนหนึ่ง ก็ได้

          เมื่อได้มีการระบุชื่อแต่งตั้งใครเป็นผู้จัดการมรดกเอาไว้แล้วในพินัยกรรม ผู้มีชื่อก็จะต้องนำพินัยกรรมฉบับนั้นไปร้องขอต่อศาล เพื่อให้ศาลมีคำสั่งตั้งบุคคลตามที่ถูกระบุไว้ในพินัยกรรมดังกล่าว เป็นผู้จัดการมรดกอีกครั้งหนึ่ง ผู้นั้นถึงจะมีอำนาจดำเนินการจัดการต่างๆ เกี่ยวกับทรัพย์มรดกของเจ้ามรดกได้ตามกฎหมาย

         

2. เป็นทายาท หรือบุคคลผู้มีส่วนได้เสีย หรือพนักงานอัยการ


              เป็นกรณีที่เจ้ามรดกไม่ได้ทำพินัยกรรมระบุแต่งตั้งใครเอาไว้  ในกรณีแบบนี้ ทายาท หรือผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียในทรัพย์มรดกคนใดคนหนึ่ง สามารถที่จะไปร้องขอต่อศาล เพื่อให้ศาลมีคำสั่งตั้งผู้ร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกได้ ซึ่ง ในเรื่องนี้ ศาลก็จะทำการไต่สวนก่อนข้อเท็จจริงก่อนที่จะมีการแต่งตั้งด้วยเช่นกัน

          ส่วนในกรณีของพนักงานอัยการนั้น ก็สามารถไปร้องขอต่อศาลได้ แต่ตามปกติจะเป็นกรณีที่ทายาท หรือผู้ที่มีส่วนได้เสียไม่สามารถดำเนินการได้เอง เช่น ทายาทยังเป็นเด็ก ทายาทเป็นคนวิกลจริต หรือเป็นบ้า จึงทำให้ไม่มีความสามารถที่จะทำได้ และทายาทที่ว่ามานั้นก็ไม่มีญาติพี่น้อง หรือผู้มีส่วนได้เสียคนอื่นอีก หรือทายาทผู้รับมรดกได้หายสาบสูญไป หรือเป็นเรื่องที่ทายาทไปอยู่นอกประเทศเสีย อย่างนี้เป็นต้น

           หากทรัพย์มรดกไม่มีคนรับ ซึ่งเหตุก็อาจมาจาก คนตายไม่มีลูก ไม่มีญาติพี่น้อง และซ้ำร้ายก่อนตายก็ไม่ได้ทำพินัยกรรมระบุเอาไว้ว่าจะยกทรัพย์สินมรดกให้กับใคร อย่างนี้กฎหมายก็ถือว่า เป็นมรดกที่ไม่มีคนรับ  และเมื่อไม่มีคนรับ ทรัพย์มรดกก็จะตกได้กับแผ่นดินต่อไปครับ