ถูกยึดทรัพย์สินไป โดยไม่ได้เป็นลูกหนี้ ต้องร้องขอขัดทรัพย์

          มีข่าวคราวหลายครั้งหลายกรณี มีข่าวว่าอยู่ดีๆ ก็โดนเจ้าพนักงานบังคับคดีมายึดเอาทรัพย์สินไป โดยที่เจ้าของทรัพย์สินเองก็ยังงงๆ เพราะว่าตัวเองก็ไม่ได้ไปก่อหนี้ก่อสิน หรือไปเป็นจำเลยกับใครที่ไหนเลย แต่พอตรวจสอบไปตรวจสอบมา ก็พบว่า ไอ้ตัวคนที่เป็นจำเลยมีชื่ออยู่นั้น เป็นคนอื่นที่ไหนไม่รู้ แต่พอดูรายละเอียดอีกที อ้าว ไหงชื่อที่แสดงสิทธิความเป็นเจ้าของทรัพย์สินที่ถูกยึดไป ทำไมมันยังเป็นชื่อของจำเลยอยู่หว่า ซวยแล้ว คราวนี้จะแก้ไขปัญหานี้อย่างไรดี

          การที่เกิดปัญหาอย่างนี้ขึ้นมา ก็เนื่องมาจาก ชื่อที่แสดงสิทธิในความเป็นเจ้าของในทรัพย์สินยังเป็นชื่อของลูกหนี้ตามคำพิพากษาอยู่ ซึ่งเหตุที่ยังมีชื่อของลูกหนี้ตามคำพิพากษาอยู่ มันก็มีหลายกรณี อย่างเช่น ซื้อที่ดินมาแล้วก็ไม่ยอมไปโอนทางทะเบียนกัน เพราะกลัวเสียค่าธรรมเนียม หรือซื้อรถยนต์ หรือทรัพย์สินที่มีทะเบียนต่างๆ ก็ทำเพียงโอนลอยให้แก่กันไว้ โดยอาศัยความเชื่อใจกัน หรือในบางครั้งก็อ้างความขี้เกียจ ความยุ่งยากบ้างละ หรือบางกรณีที่เป็นทรัพย์สินทั่วไป ก็เที่ยวเอาไปฝากไว้กับคนนั้นคนนี้ สุดท้ายมาคนที่รับฝากก็ไปเป็นจำเลย เพราะไปกู้หนี้ยืมสินมาไม่ยอมจ่าย สุดท้ายเจ้าหนี้พาเจ้าพนักงานบังคับคดีมายึดทรัพย์สินภายในบ้านไป พอเป็นอย่างนี้ก็ช่วยไม่ได้ละครับ จะอ้างว่าไม่ใช่ของตัว อย่างไรเสียเจ้าหนี้ก็คงจะไม่ฟัง อย่างนี้เจ้าของทรัพย์สินก็ซวยไปละครับ

          ที่นี้เรามาดูทางแก้ในเรื่องนี้กันครับ ซึ่งกฎหมายก็บอกเอาไว้ว่า ถ้าใครมาอ้างว่า ทรัพย์สินที่ถูกเจ้าพนักงานบังคับคดียึดไปนั้น ไม่ใช่ของจำเลยหรือว่าลูกหนี้ตามคำพิพากษา และก่อนที่เจ้าพนักงานบังคับคดีจะได้นำเอาทรัพย์สินนั้น ออกขายทอดตลาด หรือเอาไปขายด้วยวิธีอย่างอื่น เจ้าของทรัพย์สินที่แท้จริงนั้น สามารถไปยื่นคำร้องขอต่อศาล เพื่อให้ศาลมีคำสั่งคืนทรัพย์สินที่ถูกเจ้าพนักงานบังคับคดียึดไป คืนกลับมาได้ครับ

          เมื่อได้ยื่นคำร้องไว้ต่อศาลแล้ว ศาลก็จะจัดส่งสำเนาคำร้องไปยังเจ้าพนักงานบังคับคดี ให้หยุดทำการขายทอดตลาดทรัพย์สินที่ถูกยึดเอาไปนั้น โดยรอให้ศาลทำการวินิจฉัยคำร้องแล้วทำการตัดสินออกมาเสียก่อน

          ครั้งเมื่อศาลได้รับคำร้องขอจากเจ้าของทรัพย์สินที่แท้จริงไว้แล้ว ศาลก็จะนัดให้ผู้ยื่นคำร้องนำพยานหลักฐานต่างๆ มาสืบในศาล ตรงนี้ผู้ยื่นคำร้องจะต้องนำพยานหลักฐานมายืนยันให้ได้ว่า ทรัพย์สินที่ถูกเจ้าพนักงานบังคับคดียึดไปนั้น เป็นของตัวเองได้อย่างไร  ทำไมถึงมีชื่อลูกหนี้ หรือว่าอยู่ภายในบ้านของลูกหนี้ตามคำพิพากษา อย่างนี้เป็นต้น 

          สุดท้ายหากมีพยานหลักฐานยืนยันชัดเจน ศาลก็จะมีคำสั่งให้คืนทรัพย์สินนั้นให้กับผู้ยื่นคำร้องกลับไป  แต่กลับกัน หากไม่สามารถนำพยานหลักฐานมาสืบยืนยันได้ว่า ตัวเองเป็นเจ้าของทรัพย์สินที่ถูกยึดเอาไว้นั้น  ศาลก็จะไม่มีคำสั่งคืนทรัพย์สินให้ จากนั้นก็จะให้เจ้าพนักงานบังคับคดีทำการนำเอาทรัพย์สินที่ยึดไปแล้วออกขายทอดตลาด แล้วนำเอาเงินที่ได้มาชำระหนี้ ให้กับเจ้าหนี้ต่อไปครับ