เงิน หรือสิทธิเรียกร้องที่เป็นเงิน ของลูกหนี้ตามคำพิพากษา ที่เจ้าหนี้อายัดไม่ได้

          นอกจากจะได้รับการยกเว้น ไม่ต้องถูกยึดทรัพย์สินที่มีความจำเป็นบางอย่างแล้ว  ลูกหนี้ตามคำพิพากษา ยังได้รับการคุ้มครองสิทธิตามกฎหมาย เกี่ยวกับรายได้ที่เป็นตัวเงิน หรือสิทธิเรียกร้องต่างๆ ที่จะได้มาเป็นตัวเงิน เช่น ค่าเช่า ค่าจ้าง เป็นต้น ไม่ให้ถูกเจ้าหนี้ตามคำพิพากษามายึดอายัดเอาไป แต่ความคุ้มครองที่ว่ามานี้ก็มีเพียงจำกัด เท่าที่จำเป็นและเพียงพอกับภาระค่าใช้จ่ายที่ลูกหนี้ตามคำพิพากษามีเท่านั้น เงินหรือสิทธิเรียกร้องที่เป็นตัวเงินของลูกหนี้ตามคำพิพากษา ที่ไม่สามารถอายัดได้คือ

          1. เบี้ยเลี้ยงชีพ หรือเงินที่คนอื่นให้ลูกหนี้ตามคำพิพากษา เพื่อเลี้ยงชีพ เป็นจำนวนรวมกันไม่เกินเดือนละ 1 หมื่นบาท หรือตามที่ศาลเห็นสมควร
          2. เงินเดือน ค่าจ้าง บำนาญ เบี้ยหวัด หรือเงินอื่นๆ ที่หน่วยราชการได้จ่ายให้กับลูกหนี้ตามคำพิพากษา เนื่องจากการเป็นข้าราชการ เจ้าหน้าที่ หรือลูกจ้างในหน่วยงานราชการนั้น
          3. เงินเดือน ค่าจ้าง บำนาญ ค่าชดใช้ต่างๆ เงินสงเคราะห์ หรือรายได้ต่างๆ ที่เอกชนจ่ายให้กับลูกหนี้ตามคำพิพากษา เนื่องจากการเป็นพนักงาน ลูกจ้าง หรือคนงานนั้น เป็นเงินจำนวนรวมกันไม่เกินเดือนละ 1 หมื่นบาท ซึ่งหากมีเงินได้เกินกว่านี้ เจ้าหนี้สามารถขออายัดได้ในอัตราร้อยละ 30 ของยอดเงินทั้งหมด แต่ทั้งนี้เงินที่เหลือ ต้องไม่น้อยกว่า 1 หมื่นบาท 
          4. เงินฌาปนกิจสงเคราะห์หรือเงินทำศพ ที่ลูกหนี้ตามคำพิพากษาได้รับมา เพื่อจัดงานศพของคนอื่น เป็นเงินจำนวนตามที่จำเป็นในการจัดงานศพตามฐานะของคนตายนั้นเอง

          เมื่อลูกหนี้ตามคำพิพากษาถูกอายัดเงินไปแล้ว แต่ลูกหนี้ก็ยังมีสิทธิที่จะขอลดจำนวนเงินที่ถูกอายัดไว้ได้ หากมีภาระค่าใช้จ่ายที่จำเป็นมากขึ้น โดยลูกหนี้สามารถไปยื่นคำร้องขอลดจำนวนเงินที่ถูกอายัด โดยระบุถึงความจำเป็น ภาระค่าใช้จ่ายต่างๆ พร้องหลักฐานต่างๆ ที่จำเป็น ต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ครับ