การบังคับคดีต้องแจ้งคำบังคับให้จำเลย หรือผู้แพ้คดีทราบเสียก่อน

          หากฝ่ายที่แพ้คดี หรือลูกหนี้ตามคำพิพากษาของศาล ไม่ได้ปฏิบัติตามคำพิพากษา หรือคำสั่งของศาลทั้งหมด หรือแต่เพียงบางส่วน ฝ่ายที่ชนะคดี หรือเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา สามารถที่จะไปขอต่อศาล เพื่อที่จะทำการบังคับคดีกับฝ่ายที่แพ้คดี หรือลูกหนี้ตามคำพิพากษาได้ ภายในกำหนดเวลา 10 ปี นับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้น

          แต่ก่อนที่ทำการบังคับคดีได้นั้น กฎหมายก็ได้ให้โอกาสกับฝ่ายที่แพ้คดี หรือลูกหนี้ตามคำพิพากษา ได้ทำการปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลด้วยตัวเองเสียก่อน โดยการแจ้งหรือส่งคำพิพากษาของศาล พร้อมกำหนดระยะเวลาในการที่จะปฏิบัติตามคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาล ให้ฝ่ายที่แพ้คดีหรือลูกหนี้ตามคำพิพากษาทราบเสียก่อน โดยการแจ้งนี้ กฎหมายเรียกว่า “คำบังคับ”

         

การแจ้งคำบังคับให้กับฝ่ายที่แพ้คดี หรือลูกหนี้ตามคำพิพากษาทราบนั้น สามารถทำได้ 2 กรณีคือ


          1. กรณีที่ฝ่ายที่แพ้คดีหรือลูกหนี้ตามคำพิพากษา ได้ไปศาลเพื่อฟังคำพิพากษาด้วยตัวเอง เมื่อผู้พิพากษาได้อ่านคำพิพากษาแล้ว ผู้พิพากษาก็จะแจ้งคำบังคับให้กับฝ่ายที่แพ้คดีหรือลูกหนี้ตามคำพิพากษาได้ทราบ  ว่าต้องปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลภายในกี่วัน และหากไม่ปฏิบัติตาม ก็จะถูกยึดทรัพย์บังคับคดีตามกฎหมาย  เมื่อฝ่ายที่แพ้คดี หรือลูกหนี้ตามคำพิพากษาลงชื่อรับทราบ กฎหมายก็ถือว่า ฝ่ายที่แพ้คดีหรือลูกหนี้ตามคำพิพากษา ทราบคำบังคับตามกฎหมายแล้ว


          2. กรณีที่ฝ่ายที่แพ้คดีหรือลูกหนี้ตามคำพิพากษาไม่ได้ไปศาล กรณีนี้จะเห็นได้ว่า  ฝ่ายที่แพ้คดีหรือลูกหนี้ตามคำพิพากษายังไม่ทราบว่าศาลได้มีคำพิพากษาว่าอย่างไร และไม่รู้ว่าจะต้องปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลภายในกี่วัน ดังนั้นจึงเป็นภาระหน้าที่ของฝ่ายชนะคดี หรือเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา ที่จะต้องไปร้องขอให้ศาลส่งคำบังคับเป็นหนังสือ แจ้งไปยังฝ่ายที่แพ้คดี หรือลูกหนี้ตามคำพิพากษาเพื่อให้ทราบเสียก่อน

          ระยะเวลาที่ให้ฝ่ายที่แพ้คดี หรือลูกหนี้ตามคำพิพากษาปฏิบัติตามนั้น หากเป็นคดีมโนสาเร่ ซึ่งเป็นคดีเล็กน้อย ศาลมักจะกำหนดเอาไว้ไม่เกิน 15 วัน แต่หากเป็นคดีทั่วไปนอกจากนี้ ศาลก็มักจะกำหนดเอาไว้ประมาณ 30 วัน
   
          การแจ้งคำบังคับให้กับฝ่ายที่แพ้คดีหรือลูกหนี้ตามคำพิพากษานั้น เป็นขั้นตอนแรกที่ฝ่ายผู้ชนะคดีหรือเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาจะต้องทำ หากเพิกเฉยไม่ยอมแจ้งคำบังคับให้กับอีกฝ่ายทราบ  ผลก็คือ ฝ่ายผู้ชนะคดีหรือเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา ก็จะไม่สามารถบังคับคดีเอากับฝ่ายที่แพ้คดีหรือลูกหนี้ตามคำพิพากษาได้ จนกว่าจะได้ทำตามขั้นตอนของกฎหมายตามลำดับเสียก่อน