กลับหน้าแรก
กลับหน้าหลักบทความ
ทำผิดเพราะป้องกันสิทธิตัวเองจากภยันตราย ไม่มีความผิด
          ว่าด้วยเรื่องการทำผิดต่อกฎหมาย ซึ่งจริงๆ ก็เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งตามปกติคนที่ทำความผิดก็มักจะถูกมองจากคนในสังคมโดยรวมว่าเป็นคนที่ไม่ดีอยู่แล้ว การทำผิดต่อกฎหมายเป็นเรื่องที่ไม่ดีก็จริง แต่ว่าบางครั้งคนที่ทำความผิดนั้นก็อาจจะไม่ใช่เป็นคนเลวร้ายอะไรเลยก็ได้ และการที่ต้องทำความผิดนั้น มันก็อาจจะมีเหตุผลที่จำเป็นแฝงอยู่ก็เป็นได้

          การกระทำบางอย่าง แม้ว่าสิ่งที่ได้ทำไปนั้นจะเป็นเรื่องที่ผิด แต่ว่าวัตถุประสงค์ในการกระทำนั้น ก็เพื่อเป็นการป้องสิทธิของตัวเอง หรือเป็นการช่วยเหลือญาติพี่น้อง หรือคนอื่นๆ ไม่ให้ตกอยู่ในเหตุการณ์อันตราย ซึ่งอันตรายที่ว่านั้นก็เป็นเรื่องของการประทุษร้าย หรือจากการทำร้ายจากบุคคลอื่นโดยผิดต่อกฎหมาย และภัยอันตรายที่กล่าวมานี้ ก็เป็นเรื่องที่กำลังเกิดหรือใกล้จะเกิดขึ้นมา เมื่อนั้นบุคคลใดบุคคลหนึ่งในขณะนั้น ก็อาจจะกระทำการบางอย่างขึ้นมาได้ เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุร้ายขึ้นกับตัวเอง หรือคนอื่นๆ ได้ ตามกฎหมายที่บอกไว้ว่า
“ผู้ใดจำต้องกระทำการใดเพื่อป้องกันสิทธิของตน หรือของผู้อื่นให้พ้นภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย และเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง”

          และหากสิ่งที่ได้ทำลงไปนั้น ถึงแม้จะเป็นความผิด แต่การที่ต้องทำอย่างนั้นไปก็เนื่องมาจากการป้องกันสิทธิตัวเอง หรือคนอื่นไม่ให้ตกอยู่ในเหตุอันตรายในการประทุษร้าย และหากสิ่งที่ทำลงไปนั้นได้กระทำพอสมควรแก่เหตุการณ์แล้ว ผู้ทำก็ไม่มีความผิดตามกฎหมายแต่อย่างใด โดยกฎหมายถือว่า
“การกระทำนั้นเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย ผู้นั้นไม่มีความผิด”
  
ตัวอย่างคดีที่เกิดขึ้น

          “ผู้ตายเป็นผู้ก่อเหตุและวิ่งไล่ทำร้ายนายน้อย จากโรงลิเกจนไปถึงที่เกิดเหตุ แล้วใช้มีดฟันแขนนายน้อย ได้รับบาดเจ็บและเตะถีบนายน้อย จนล้มลงแล้วใช้อาวุธปืนจ่อนายน้อย พร้อมจะยิงและพูดว่ามึงตาย อันเป็นการหมายเอาชีวิตนายน้อย นับว่าเป็นภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย และเป็นภยันตรายใกล้จะถึง จำเลยได้ห้ามปรามแล้ว แต่ผู้ตายไม่เชื่อฟัง ในสถานการณ์เช่นนั้นการที่จำเลยใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายในทันทีทันใดจึงเป็นการยับยั้งการกระทำของผู้ตาย และป้องกันชีวิตนายน้อย ทั้งจำเลยยิงปืนเพียงนัดเดียว ถือได้ว่าจำเลยกระทำพอสมควรแก่เหตุ การกระทำของจำเลยจึงเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายตาม”

“ผู้ตายเมาสุราก่อเหตุขึ้นก่อน โดยพูดจาทำนองหาเรื่องจำเลย เมื่อจำเลยเดินหนีไม่ตอบโต้ ผู้ตายยังเดินตามและใช้ไม้ตีจำเลยที่หลัง 1 ครั้ง แล้วผู้ตายจะใช้ไม้ตีจำเลยอีก นับเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึงและไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้ การที่จำเลยหันกลับมาชกผู้ตาย ซึ่งอยู่ในระยะประชิดเพื่อป้องกันตัว แม้จะเป็นการชกโดยแรง แต่ก็เป็นการชกเพียงครั้งเดียว และเมื่อจำเลยชกผู้ตายล้มลง จำเลยก็ไม่ได้ชกผู้ตายซ้ำอีก การกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุ และไม่เกินกว่ากรณีแห่งการจำต้องกระทำเพื่อป้องกัน ไม่เป็นความผิดตาม”

*************************************************************************
ประมวลกฎหมายอาญา
          มาตรา 68  ผู้ใดจำต้องกระทำการใดเพื่อป้องกันสิทธิของตนหรือของผู้อื่นให้พ้นภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย และเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง ถ้าได้กระทำพอสมควรแก่เหตุ การกระทำนั้นเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย ผู้นั้นไม่มีความผิด