การแจ้งความร้องทุกข์ กล่าวโทษ กับตำรวจ

          เมื่อมีเหตุร้ายเกิดขึ้น ก็จะมีคนแนะนำให้ไปแจ้งความกับตำรวจเอาไว้ก่อน บางคนที่ยังไม่รู้ก็อาจจะมีข้อสงสัยว่า ทำไมต้องไปแจ้งความไว้กับตำรวจ แล้วถ้าหากไม่ไปแจ้งความแล้วมันจะผลอะไรหรือไม่  ดังนั้นเราควรมาหาความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ดูครับ เผื่อเวลาตัวเองต้องไปเจอะเจอกับเหตุการณ์ต่างๆ แล้วจำเป็นต้องไปแจ้งความก็จะได้เข้าใจ และดำเนินการได้อย่างถูกต้องนะครับ

          การแจ้งความนั้นจะมี 2 อย่าง อย่างแรกเป็นการแจ้งความเพื่อร้องทุกข์  ส่วนอันที่สองเป็นการแจ้งความเพื่อกล่าวโทษ  ซึ่งความหมายและเจตนาในเรื่องของแจ้งเพื่อร้องทุกข์ หรือแจ้งเพื่อกล่าวโทษนั้น มีความหมาย และจุดมุ่งหมายคล้ายคลึ่งกัน คือการแจ้งว่ามีเหตุการณ์ หรือการกระทำความผิดเกิดขึ้น  ทีนี้เรามาดูความหมายของการแจ้งความกันครับ

          1. “การแจ้งความร้องทุกข์”  เป็นเรื่องที่ผู้เสียหายที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ทำความผิดนั้น ไปหาเจ้าหน้าที่ เพื่อไปแจ้งว่าได้มีผู้กระทำความผิดขึ้น แล้วจากการทำความผิดนั้น ผู้แจ้งต้องได้รับความเสียหายจากการทำความผิดนั้นด้วย  ดังนั้นผู้แจ้งจึงมาแจ้งเพื่อต้องการให้ผู้ทำความผิดได้รับโทษตามกฎหมาย
          2. “การแจ้งความกล่าวโทษ”  เป็นเรื่องของบุคคลทั่วไป ได้ไปพบเห็นการทำความผิด หรือทราบว่าได้มีคนทำความผิด ไปแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อให้ทราบว่าได้มีการทำความผิดเกิดขึ้นมา เป็นต้น
          ในการไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้น เมื่อตำรวจได้รับแจ้งความแล้ว ก็จะเสมือนเป็นการมอบหมายให้ตำรวจผู้มีหน้าที่โดยตรงในการรักษากฎหมายบ้านเมือง  ให้ไปสืบสวน เสาะหา หรือไปจับกุมคนที่ทำความผิดมาลงโทษตามกฎหมายให้ได้

          ในคดีความผิดต่อส่วนตัว การแจ้งความร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้น เป็นเรื่องที่จำเป็นและมีสำคัญมาก เพราะคดีอาญาในเรื่องเกี่ยวกับความผิดต่อส่วนตัวนั้น เป็นความผิดระหว่างบุคคลที่สามารถพูดคุยตกลงยอมความกันได้ หากผู้เสียหายไม่ได้ไปแจ้งความร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว  เจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะไม่มีอำนาจในการเข้าไปสอบสวน หรือไปจับกุมคนที่ทำความผิดนั้นได้  ดังนั้นในการแจ้งความร้องทุกข์ในคดีความผิดต่อส่วนตัวนั้น เป็นเสมือนการแจ้งเหตุ พร้อมทั้งการมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปดำเนินการแทนตัวผู้เสียหายด้วยในคราวเดียวกัน  และในการแจ้งความร้องทุกข์ในกรณีนี้นั้น กฎหมายได้กำหนดระยะเวลาเอาไว้ว่า ให้ผู้เสียหายไปแจ้งความร้องทุกข์เสียภายในกำหนด 3 เดือน นับแต่วันที่รู้เรื่องของความผิด และรู้ตัวผู้ทำความผิด  หากผู้เสียหายไปแจ้งความล่าช้าเกินกำหนด 3 เดือน คดีในเรื่องนั้นก็จะขาดอายุความ ไม่สามารถจะลงโทษผู้ทำความผิดได้ต่อไปครับ

          ตัวอย่างคดีความผิดต่อส่วนตัว หรือคดีความผิดที่ยอมความกันได้นั้น คือ  คดีหมิ่นประมาท  คดีฉ้อโกง  คดียักยอก  คดีโกงเจ้าหนี้  คดีทำให้เสียทรัพย์  คดีบุกรุก เป็นต้น

          และยังมีความผิดอีกประเภทหนึ่ง คือคดี “ความผิดต่อแผ่นดิน” เป็นเรื่องของความผิดที่กฎหมายถือว่าร้ายแรง และเมื่อมีผู้ทำความผิดขึ้น ไม่ว่าจะมีผู้ได้รับความเสียหายหรือไม่ก็ตาม กฎหมายก็จะถือเอาว่า แผ่นดินเป็นผู้เสียหายในเรื่องนั้นเสมอ และแน่นอนผู้ที่มีหน้าที่ในการติดตามคนทำความผิดมาลงโทษก็คือ เจ้าหน้าที่ตำรวจนั่นเอง  ดังนั้นเมื่อมีคนทำความผิดอาญาต่อแผ่นดินขึ้นมา  และเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบเอง หรือมีคนแจ้งความร้องทุกข์ หรือมีคนไปแจ้งกล่าวโทษขึ้นมา ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบเรื่องของการทำความผิดดังกล่าวแล้ว  เจ้าหน้าที่ตำรวจในฐานะผู้พิทักษ์สันติราษฎร ก็จะต้องเข้าไปทำการสอบสวน สืบสวน หาตัวคนทำความผิดมาลงโทษตามกฎหมายให้ได้ต่อไป  ส่วนความผิดที่ถือว่าเป็นคดีอาญาต่อแผ่นดิน คือ คดีวางเพลิงเผาทรัพย์  คดีปลอมแปลงต่างๆ  คดีฆ่าคนอื่น คดีทำร้ายร่างกาย  คดีลักทรัพย์  คดีปล้น  เป็นต้น

กลับหน้าแรก
กลับหน้าหลักบทความ