ดูหมิ่นเจ้าหน้าที่ระวังจะติดคุก
กลับหน้าแรก
กลับหน้าหลักบทความ
          การติดต่องานราชการเป็นเรื่องปกติที่ทุกคนจะได้เจอะเจอ เมื่อเราไปติดต่องานราชการ จะมีเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยงานต่างๆ มาคอยรับเรื่องที่ต้องการติดต่อ ตามปกติทั่วไปชาวบ้านจะเรียกคนที่ทำหน้าที่ตามหน่วยงานที่ไปติดต่อว่าเป็นเจ้าหน้าที่ และจะตามด้วยชื่อหน่วยงาน เช่น เจ้าหน้าที่ที่ดิน, เจ้าหน้าที่ตำรวจ, เจ้าหน้าที่อำเภอ, ซึ่งการเรียกชื่อแบบนี้ก็เป็นที่เข้าใจได้โดยทั่วไป แต่ถ้าไปว่ากันตามกฎหมาย ก็จะทำการเรียกจะขานเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยงานต่างๆ ว่าเป็น “เจ้าพนักงาน”

          การติดต่องานราชการบางครั้งก็อาจจะมีปัญหา ทั้งนี้เพราะระบบราชการของบ้านเรามักจะมีขั้นตอนที่ยุ่งยากและล่าช้า ซึ่งเมื่อผู้ติดต่อมาพบปัญหาเหล่านี้ ก็อาจจะสร้างความหงุดหงิดไม่พอใจขึ้นมาก็ได้ เมื่อเกิดปัญหา มีความไม่พอใจ เกิดอารมณ์ สุดท้ายก็อาจจะถึงขั้นโต้เถียง ด่าทอและเลยเถิดไปถึงขั้นดูหมิ่นเจ้าหน้าที่ได้

         ความหมายของการ “ดูหมิ่น” คือ การด่า, ดูถูกเหยียดหยาม, หรือสบประมาทให้อับอาย ดังนั้นการไปด่าว่า ดูถูกเหยียดหยาม หรือทำการสบประมาทเจ้าหน้าที่ซึ่งได้ทำตามหน้าที่ของตัวเองนั้น ผู้นั้นอาจจะมีความผิดในเรื่องของการดูหมิ่นเจ้าพนักงานได้ 

          กลักเกณฑ์ที่จะเป็นความผิดในเรื่องการดูหมิ่นเจ้าพนักงานนั้น มีหลักเกณฑ์ที่ประกอบไปด้วย
1.ได้มีเจตนา    2.ดูหมิ่นเจ้าพนักงาน    3.ซึ่งได้ทำหน้าที่ หรือเพราะได้ทำตามหน้านั้น
ซึ่งหากเข้าหลักเกณฑ์ครบทั้งหมด ผู้ที่ทำก็จะมีความผิดฐานดูหมิ่นเจ้าพนักงาน มี
โทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ตัวอย่างคดีที่เกิดขึ้น

          “เมื่อผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมจำเลย จำเลยกล่าวกับผู้เสียหายว่า เป็นนายจับอย่างไรก็ได้และเรียกทำเย็ดแม่ดังนี้ที่จำเลยกล่าวว่าเป็นนายจับอย่างไรก็ได้ เป็นเพียงคำกล่าวในทำนองตัดพ้อต่อว่า ไม่ได้กล่าวหาว่า ผู้เสียหายกลั่นแกล้งจึงไม่เป็นการดูหมิ่นผู้เสียหาย แต่ที่จำเลยกล่าวว่า เรียกทำเย็ดแม่เป็นคำด่าอันเป็นการดูหมิ่นผู้เสียหายแล้ว จำเลยจึงมีความผิดฐานดูหมิ่นเจ้าพนักงานซึ่งปฏิบัติการตามหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 136” 

          “การกระทำอันเป็นองค์ประกอบสำคัญประการหนึ่งของความผิดตาม ป.อ. มาตรา 136 คือ "ดูหมิ่น" ซึ่งหมายถึงการด่า ดูถูกเหยียดหยาม หรือสบประมาทให้อับอาย ถ้อยคำที่จำเลยกล่าวต่อสิบตำรวจตรี ข.ว่า "แน่จริงมึงถอดเสื้อมาต่อยกับกูเลย" เห็นได้ว่าเป็นการกล่าวท้าทายให้สิบตำรวจตรี ข.ออกมาต่อสู้กับจำเลย อันเป็นเพียงคำกล่าวที่ไม่สุภาพและไม่สมควร ยังไม่ถึงขั้นที่พอจะให้เข้าใจว่าจำเลยมีความมุ่งหมายที่จะด่า ดูถูกเหยียดหยามหรือสบประมาทให้สิบตำรวจตรี ข.อับอาย การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดตาม ป.อ.มาตรา 136”

          “จำเลยกล่าวถ้อยคำว่า “ตำรวจแม่ง...ใช้ไม่ได้” เพราะรู้สึกว่าเจ้าพนักงานตำรวจไม่ให้ความสำคัญต่อคำชี้แจงของตน ทำให้จำเลยรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงกล่าวตำหนิการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานตำรวจ อันเป็นเพียงคำกล่าวที่ไม่สุภาพและไม่สมควรเท่านั้น แต่ไม่ถึงขั้นมุ่งหมายที่จะด่า ดูถูกเหยียบหยามหรือสบประมาทเจ้าพนักงานตำรวจแต่อย่างใด จึงไม่เป็นความผิด”

          “ในขณะที่โจทก์ทำหน้าที่สืบสวนหามูลคดีในเรื่องที่จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ถูก ดำ กับพวก ร้องเรียนกล่าวหาว่าจำเลยที่ 1 และที่ 2 สมคบกันข่มขู่ให้จำเลยให้การปรักปรำ ดำ โดยโจทก์ได้เรียกร้องเงินจำนวน 30,000 บาท จากจำเลยที่ 1 เพื่อเป็นการตอบแทนในการปั้นพยานอันเป็นการสร้างพยานหลักฐานที่ไม่เป็นความจริงให้แก่จำเลยที่ 1 แต่ความจริงโจทก์ไม่เคยเรียกร้องเงินจำนวน 30,000 บาทจากจำเลยที่ 1 ตามที่จำเลยที่ 2 เบิกความ การที่จำเลยที่ 2 ไม่ได้ถูกสอบสวนเอาความผิดทางวินัยในเรื่องที่โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 2 เป็นคดีนี้ เพราะกรณีเช่นนี้ผู้บังคับบัญชาของจำเลยที่ 2 อาจจะรอผลการพิจารณาพิพากษาคดีนี้ก็ได้  ดังนั้น ถ้อยคำเบิกความของจำเลยที่ 2 ดังกล่าวจึงเป็นการใส่ความโจทก์ โดยประการที่น่าจะทำให้โจทก์เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชัง การกระทำของจำเลยที่ 2 จึงเป็นการดูหมิ่นและหมิ่นประมาทโจทก์”

****************************************************************************
ประมวลกฎหมายอาญา
          มาตรา 136 ผู้ใดดูหมิ่นเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ หรือเพราะได้
กระทำการตามหน้าที่ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ