รับสารภาพผิดในคดีอาญา ศาลจะรอการลงโทษหรือไม่
          หลักเกณฑ์ในเรื่องของการรอลงอาญาในคดีความผิดตามกฎหมายอาญานั้น กฎหมายได้กำหนดเอาไว้เป็นหลักเกณฑ์กว้างๆ ตามลักษณะความผิด, พฤติการณ์ของคนทำผิด รวมทั้งประวัติ ความรู้สึกผิดชอบต่างๆ ประกอบเข้าด้วย และสุดท้ายคนที่จะตัดสินว่าจะให้รอหรือไม่รอการลงอาญาก็คือ ผู้พิพากษา นั้นเอง

          หลักเกณฑ์ที่คนทำความผิดจะได้รับการรอลงโทษหรือรอลงอาญาหรือไม่อยู่มีอยู่ว่า
          1. เป็นคดีความผิดที่มีโทษจำคุก และในคดีนั้นศาลได้ลงโทษจำคุกไม่เกินสามปี และตัวคนที่ทำความผิดนั้นไม่เคยทำความผิดถึงขั้นต้องติดคุกมาก่อน และหากคนที่ทำความผิดมีประวัติความประพฤติที่ดี มีการศึกษา มีนิสัยหรือมีอาชีพที่ดีแล้ว เหล่านี้ก็เป็นข้อเท็จจริงที่จะทำให้ศาลเอาเป็นเหตุในการให้โอกาสคนที่ทำความผิดกลับตัวได้ โดยการตัดสินความผิดและให้รอการลงโทษหรือรอการลงอาญาได้

         2. กรณีเป็นคดีความผิดที่มีโทษจำคุก และในคดีนั้นศาลได้ลงโทษจำคุกไม่เกินสามปี และคนทำความผิดเคยได้ทำความผิดถึงขั้นต้องติดคุกมาก่อน แต่ว่าความผิดที่ได้ทำนั้น เป็นความผิดที่ได้ทำโดยประมาท หรือเป็นความผิดลหุโทษเป้นคดีเล็กๆน้อยๆ แต่ว่าคนทำความผิดมีประวัติ ความประพฤติ มีสติปัญญาหรือการศึกษาที่ดี มีภาวะของจิตใจ นิสัย หรืออาชีพที่ดีแล้ว ศาลก็อาจจะเอาเหตุที่มีดังกล่าวมา เพื่อเปิดโอกาสให้คนทำความผิดได้กลับตัวกลับใจเสียใหม่ โดยการตัดสินโทษและให้รอการลงอาญาตามกฎหมายได้

          การให้การรับสารผิดต่อศาลนั้น กฎหมายถือว่าเป็นเหตุให้บรรเทาโทษอย่างหนึ่ง รวมไปถึงเหตุอื่นๆ เช่น คนทำความผิดเป็นผู้โฉดเขลาเบาปัญญาหรือปัญญาอ่อน ผู้ทำความผิดตกอยู่ในความทุกข์อย่างแสนสาเหตุเป็นเหตุให้ต้องทำความผิดขึ้น หรือว่าคนทำผิดเคยทำคุณงามความดีต่อส่วนรวมมาก่อน หรือผู้ทำความผิดรู้สึกสำนึกผิดแล้วได้พยายามบรรเทาหรือช่วยเหลือผู้เสียหาย หรือตัวผู้ทำความผิด ลุแก่โทษโดยการยอมรับสารภาพเพื่อให้ศาลลงโทษตามกฎหมาย เหล่านี้ถือว่าเป็นเหตุบรรเทาตามกฎหมาย ซึ่งถ้ามีเหตุดังที่กล่าวๆมานี้ ศาลก็จะลดโทษให้ครึ่งหนึ่งของโทษที่ศาลได้ตัดสินลงไป และการลดโทษนี้ มันก็อาจส่งผลให้อัตราโทษที่ศาลตัดสินลดลงไปจนเข้าหลักเกณฑ์ที่จะได้รับการรอการลงลงโทษหรือรอการลงอาญาตามกฎหมายได้ 

          สุดท้าย ถึงแม้ว่าผู้ทำความผิดจะเข้าเงื่อนไขที่จะได้รับการรอลงอาญาตามกฎหมาย แต่ว่ามีพฤติกรรรมบางอย่างที่ศาลเห็นว่า ผู้ทำความผิดไม่สมควรที่จะได้รับการรอการลงโทษ แม้ว่าผู้ทำความผิดจะได้ให้การรับสารภาพก็ตาม กรณีเช่น เป็นความผิดที่สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจของประเทศ, คดีพกพาปืนเถื่อนที่ศาลเห็นว่าเป็นอันตรายต่อประชาชน และกระทบต่อความสงบเรียบร้อยในสังคม, คดีขายยาบ้า ยาเฮโลอีน เป็นต้น ซึ่งพฤติการณ์ต่างๆ เหล่านี้อยู่ที่ดุลพินิจของศาลที่จะตัดสินครับ               
กลับหน้าแรก
กลับหน้าหลักบทความ