เกี่ยวกับเรา งานบริการ ปรึกษากฎหมายทางอีเมล์ เว็บบอร์ดพูดคุยสอบถามกฎหมาย ติดต่อเรา ให้ความรู้ ให้คำปรึกษากฎหมาย และคดีความ ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ส่วนแบ่งทรัพย์สินของคนตายที่มีคู่สมรส ก่อนเป็นทรัพย์มรดก
 การตาย ถือว่า เป็นการแยกขาดจากการสมรสอย่างหนึ่ง โดยเทียบได้กับการจดทะเบียนหย่ากัน ตามปกติ ดังนั้นเมื่อมีใครตายและคน ๆ นั้นมีคู่สมรสอยู่ กรณีนี้เราจะเหมารวมเอาทรัพย์สินของคนตาย เหมา มาเป็นทรัพย์มรดกเลยทั้งหมดไม่ได้ เพราะทรัพย์สินของคนตายเหล่านั้น อาจจะเป็นทรัพย์สินที่ทำมาหาได้มา ด้วยกันของสองสามีภริยา ซึ่งตามหลักแล้วถือว่า สามีภริยาเป็นเจ้าของทรัพย์สินร่วมกัน ดังนั้นหากมีการหย่า หรือการตายของสามี หรือภริยา ก็ควรที่จะต้องมีการแบ่งทรัพย์สินที่มีระหว่างกันก่อนในเบื้องต้น ก่อนที่จะไป ว่ากันในเรื่องของมรดกต่อไป ทรัพย์สินของสามีภริยาที่ทำมาหาได้มาร่วมกัน หรือทรัพย์สินที่ได้มาในระหว่างที่เป็นสามีภริยากัน นั้น ตามกฎหมายเรียกว่า “สินสมรส” ทรัพย์สินที่เป็นสินสมรสนี้ ถือว่าสามีภริยาเป็นเจ้าของร่วมกัน ดังนั้น หากมีการหย่าร้างเกิดขึ้น หรือฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดตายไปก่อน ตามกฎหมายก็จะต้องมีการจัดการแบ่งทรัพย์สินที่ เป็นสินสมรสระหว่างสามีภริยากันนี้ออกก่อนเสมอ การแบ่งทรัพย์สินที่เป็นสินสมรสนี้ การแบ่งก็ไม่ยาก เพียงแค่แบ่งทรัพย์สินออกเป็นสองส่วน ส่วน หนึ่งเป็นของสามี อีกส่วนเป็นของภริยา โดยเมื่อแยกทรัพย์สินกันได้แล้ว เราก็นำทรัพย์สินส่วนที่หนึ่ง แบ่งให้ กับสามีหรือภริยาที่ยังมีชีวิตอยู่แล้วแต่กรณี ส่วนทรัพย์สินส่วนที่สอง ส่วนนี้ก็จะเป็นของสามีหรือภริยาที่ตายไป ซึ่งทรัพย์สินในส่วนนี้เอง ก็จะตกเป็นทรัพย์มรดกของคนตาย ที่จะตกทอดเป็นมรดกไปยังทายาทของคนตาย ตามลำดับต่อไป ************ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1625 ถ้าผู้ตายเป็นผู้สมรสแล้ว การคิดส่วนแบ่งและการปันทรัพย์สินระหว่างผู้ตายกับคู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่ นั้นให้เป็นไปดังนี้ (1) ในเรื่องส่วนแบ่งในทรัพย์สินระหว่างสามีภริยาให้อยู่ในบังคับของบทบัญญัติแห่งประมวล กฎหมายนี้ว่าด้วยการหย่าโดยยินยอมทั้งสองฝ่าย อันมีบทบัญญัติเพิ่มเติมให้บริบูรณ์ในมาตรา 1637 และ 1638 และโดยเฉพาะต้องอยู่ในบังคับแห่งมาตรา 1513 ถึง 1517 แห่งประมวลกฎหมายนี้ แต่การคิดส่วน แบ่งนั้นมีผลตั้งแต่วันที่การสมรสได้สิ้นไปด้วยเหตุความตายนั้น (2) ในเรื่องส่วนแบ่งในทรัพย์มรดกของผู้ตาย ให้อยู่ในบังคับของบทบัญญัติแห่งบรรพนี้ นอกจาก มาตรา 1637 และ 1638 กลับหน้าหลักกฎหมายมรดก กลับหน้าแรกเว็บไซต์